จริยธรรม AI โอกาสใหม่ของ SME ไทยจากเวที UNESCO 2025

AI สำหรับเกษตรกรรมไทย: Smart Farming 4.0By 3L3C

UNESCO Global Forum on the Ethics of AI 2025 กำลังเปลี่ยนกติกา AI โลก ธุรกิจและ SME ไทยต้องเตรียมอะไรบ้างเพื่อใช้ AI อย่างปลอดภัยและได้เปรียบ

จริยธรรม AIUNESCO Global ForumSME ไทยAI GovernanceBangkok AI Week 2025Digital TransformationEthics of AI
Share:

จริยธรรม AI โอกาสใหม่ของ SME ไทยจากเวที UNESCO 2025

ปลายเดือนมิถุนายนนี้ กรุงเทพฯ กำลังจะกลายเป็นเวทีกลางโลกด้าน จริยธรรม AI เมื่อประเทศไทยเป็นเจ้าภาพจัดงาน “The 3rd UNESCO Global Forum on the Ethics of AI 2025” ดึงผู้แทนจาก 194 ประเทศกว่า 800 คนเข้าร่วมประชุม นี่ไม่ใช่แค่งานประชุมระดับนโยบาย แต่คือสัญญาณใหญ่ว่า ใครที่ทำธุรกิจโดยใช้ AI แล้ว “ไม่คิดเรื่องจริยธรรมและกติกา” มีโอกาสเสี่ยงทั้งด้านกฎหมาย ชื่อเสียง และลูกค้า

สำหรับ SME ไทย ภาพของ “Ethics of AI” อาจดูไกลตัว เหมือนเรื่องของ Big Tech หรือภาครัฐ แต่ความจริงคือ ต่อไปเวลาใช้ AI ทำโฆษณา เก็บข้อมูลลูกค้า วิเคราะห์เครดิตลูกหนี้ หรือใช้บอทคุยกับลูกค้า คุณจะถูกคาดหวังให้ โปร่งใส ยุติธรรม และปลอดภัย มากกว่าที่เคย

บทความนี้ชวนมาดูว่า เวที UNESCO Global Forum on the Ethics of AI 2025 ที่จัดขึ้นวันที่ 24–27/06/2568 ที่เซ็นทาราแกรนด์ เซ็นทรัลเวิลด์ มีประเด็นอะไรสำคัญบ้าง และ SME / ผู้ประกอบการ /สตาร์ทอัพไทยควร “เก็บอะไรกลับไปใช้จริง” ถ้าอยากใช้ AI อย่างฉลาด ปลอดภัย และไม่เสี่ยงถูกกติกาใหม่เล่นงานในอนาคต


1. ทำไมเวที Ethics of AI ของ UNESCO ถึงเกี่ยวกับ SME ไทยโดยตรง

หัวใจของงานนี้คือการผลักดัน UNESCO Recommendation on the Ethics of AI ให้กลายเป็นการลงมือทำจริงในแต่ละประเทศ ไม่ใช่แค่เอกสารเชิงหลักการสวยๆ อีกต่อไป หมายความว่า

  • รัฐบาลจะเริ่มออก นโยบาย กฎหมาย และมาตรฐาน ที่อิงแนวคิดจริยธรรม AI ระดับสากล
  • ภาคเอกชนรวมถึง SME จะถูกคาดหวังให้ ทำตามมาตรฐานเดียวกัน โดยเฉพาะเรื่องข้อมูลส่วนบุคคล ความโปร่งใส และความรับผิดชอบ

สำหรับผู้ประกอบการไทย นี่คือ 3 เหตุผลที่ต้องสนใจ:

  1. กติกาใหม่กำลังมาแน่
    ทิศทางโลกไปทางเดียวกัน คือกำกับดูแล AI เข้มขึ้น ใครเริ่มเตรียมตัวเร็ว จะปรับธุรกิจได้เนียนกว่า ไม่ต้องมานั่งแก้หลังบ้านตอนทุกอย่างบังคับใช้แล้ว

  2. ลูกค้าจะเลือกแบรนด์ที่ไว้ใจได้มากขึ้น
    คนเริ่มถามแล้วว่า “บริษัทนี้ใช้ AI ยังไงกับข้อมูลเรา?” แบรนด์ที่ตอบได้ชัดว่าทำทุกอย่างแบบมีจริยธรรม จะได้แต้มต่อทั้งด้านภาพลักษณ์และยอดขาย

  3. โอกาสใหม่ในตลาดบริการ AI ที่ “เชื่อถือได้”
    ไม่ใช่แค่ AI เก่ง แต่ต้องเป็น AI ที่ ปลอดภัย ตรวจสอบได้ และยุติธรรม ใครสร้างสินค้า/บริการแบบนี้ได้ก่อน มีโอกาสโตทั้งในไทยและระดับภูมิภาค

งานนี้จึงไม่ใช่เวทีของนักวิชาการอย่างเดียว แต่คือ “เข็มทิศ” ให้ธุรกิจไทยวางแผนเรื่อง AI 3–5 ปีข้างหน้า


2. ไฮไลท์โปรแกรม 4 วัน: มีอะไรที่ธุรกิจควรจับตา

ภาพรวมการประชุม 4 วัน ถูกออกแบบให้เดินจาก “กลยุทธ์ระดับโลก” ไปสู่ “แนวทางปฏิบัติที่จับต้องได้”

24/06 – วันของยุทธศาสตร์และกติกา

วันแรกเน้นการประชุมเชิงกลยุทธ์ ทั้ง Working Meetings, Strategic Briefing Session และ Ministerial Session ระดับรัฐมนตรี

ความหมายสำหรับธุรกิจ:
คือวันที่ผู้นำนโยบายกำลังพูดคุยกันเรื่อง

  • โมเดล ธรรมาภิบาล AI (AI governance) ที่ใช้ได้จริงในภูมิภาค
  • ความร่วมมือระหว่างประเทศเรื่องการกำกับดูแล AI

ถ้าคุณทำธุรกิจที่เกี่ยวกับ:

  • แพลตฟอร์มดิจิทัล
  • บริการ AI SaaS
  • ฟินเทค / แพลตฟอร์มสินเชื่อ

ให้คิดไว้เลยว่า สิ่งที่คุยกันวันแรก จะค่อยๆ แปรรูปเป็น “แนวปฏิบัติและข้อบังคับ” ที่คุณต้องเจอในอนาคต

25/06 – วันของวิสัยทัศน์และทิศทางโลก

วันนี้คือเวทีใหญ่ที่ทุกคนจับตา

  • พิธีเปิด (Opening Session)
  • การแสดงวิสัยทัศน์จากผู้นำหลายประเทศรวมถึงไทย
  • เสวนาเชื่อมโยง เทคโนโลยี – นโยบาย – นวัตกรรม ผ่านหัวข้ออย่าง
    • Technology, Policy and Innovation for good
    • Fostering Global Dialogue on AI for a Collective Future
    • Harnessing the Full Potential of AI through Demand-driven Investment

ถ้าคุณคือ SME หรือสตาร์ทอัพ ควรโฟกัสอะไร?

  1. รัฐไทยและประเทศต่างๆ จะโฟกัส AI ในอุตสาหกรรมไหนบ้าง
    เช่น สุขภาพ การศึกษา ภาคการเงิน SMEs เกษตร ฯลฯ นี่คือ “เขตเศรษฐกิจ” ที่จะมีงบ มีมาตรการสนับสนุนออกมา

  2. แนวโน้มการลงทุนด้าน AI
    หัวข้อเรื่อง “Demand-driven Investment” แปลตรงๆ ได้ว่า ต่อไปการลงทุน AI จะยึด “โจทย์จริงของสังคมและธุรกิจ” ไม่ใช่แค่โชว์เทคโนโลยี ใครทำโซลูชันตอบโจทย์ปัญหาชัด มีสิทธิ์ได้แรงหนุนทั้งภาครัฐและนักลงทุน

26/06 – วันของการลงลึกในแต่ละมิติ

วันที่สามคือวันที่เนื้อหาหนักแน่นที่สุด มีทั้งเสวนาหลักในห้องใหญ่ และเสวนาคู่ขนาน 4 ห้อง ในธีมสำคัญ เช่น

  • AI and Education: Future of Learning and Human Capital in the Age of AI
    – เกี่ยวมากกับสถาบันศึกษา แพลตฟอร์มเรียนออนไลน์ และธุรกิจอบรม/คอร์สต่างๆ

  • AI and Neurotechnology, AI and Quantum
    – เป็นภาพอนาคตของเทคโนโลยีขั้นสูง ใครทำ Deep Tech ควรตามใกล้ชิด

  • AI-Ready Public Administration: Challenges and Opportunities
    – รัฐกำลังจะใช้ AI บริหารงานอย่างไร? โอกาสของผู้ขายโซลูชันให้หน่วยงานภาครัฐอยู่ตรงนี้

  • AI and Online Fraud
    – SME ที่ขายออนไลน์ควรรู้เรื่องนี้มากๆ ทั้งเพื่อป้องกันธุรกิจและลูกค้า

  • AI and Disaster Risk Reduction
    – ธุรกิจประกันภัย โลจิสติกส์ เกษตร หรือโครงสร้างพื้นฐาน นำไปต่อยอดได้ทันที

  • AI and Disability: from inclusion to empowerment
    – ตลาดคนพิการมักถูกมองข้าม แต่ AI ที่ออกแบบเพื่อการเข้าถึง (accessibility) มีโอกาสธุรกิจสูง และสร้างผลกระทบทางสังคมเชิงบวกด้วย

  • AI for Youth, AI by Youth
    – สตาร์ทอัพที่ทำ EdTech หรือโครงการเพื่อเยาวชนควรเก็บ insight จากเส้นนี้ไว้

27/06 – วันที่เชื่อมสู่การลงมือทำ (และต่อยอดกับ Bangkok AI Week 2025)

แม้ในข่าวจะเน้นถึง 24–26/06 เป็นหลัก แต่บรรยากาศจะต่อเนื่องไปสู่ Bangkok AI Week 2025 ภายใต้แนวคิด “AI powered nation: Unleashing the digital economy for all” ที่รัฐบาลไทยสนับสนุน

สำหรับภาคธุรกิจ นี่คือพื้นที่ที่คุณจะได้เห็น

  • Workshop สำหรับผู้ประกอบการและนักพัฒนา
  • Exhibition โชว์เคส AI Solution จากทั้งไทยและต่างประเทศ
  • พื้นที่ Networking กับนักลงทุนและพาร์ตเนอร์

พูดตรงๆ คือ ใครคิดจะขยับเรื่อง AI ช่วงปี 2568–2569 แล้วไม่มาเก็บบรรยากาศงานแบบนี้ เท่ากับพลาดโอกาสตั้งหลักสำคัญ


3. Side Event ที่ SME และสตาร์ทอัพไม่ควรมองข้าม

จุดแข็งของงานปีนี้คือ Side Event ที่เปิดกว้างให้คนทั่วไปลงทะเบียนเข้าร่วมได้หลายกิจกรรม ไม่ได้จำกัดแค่ผู้แทนประเทศหรือผู้กำหนดนโยบายเท่านั้น

ตัวอย่าง Side Event ที่น่าสนใจ

  1. Beyond Green AI for a Thriving Future Pitch Competition
    จัดโดยสถาบันวิศวกรรมปัญญาประดิษฐ์ (The AI Engineering Institute) แห่ง CMKL University ร่วมกับ UNESCO และ ETDA
    – เป็นเวที Pitching สำหรับไอเดีย/สตาร์ทอัพด้าน Green AI, Sustainability, และโซลูชันเพื่อสิ่งแวดล้อม
    – ใครทำ AgriTech, Energy, ESG Tech ควรใช้โอกาสนี้เอาไอเดียไปทดสอบกับกรรมการระดับโลก
  1. Call for Papers – Ethics, Governance, Sustainability & AI
    จากมหาวิทยาลัยบูรพา เปิดรับบทความด้านจริยธรรม ธรรมาภิบาล และความยั่งยืนของ AI
    – ดีสำหรับนักวิชาการ นักวิจัย และทีม R&D ขององค์กรใหญ่ที่อยากสร้างฐานองค์ความรู้จริงจัง

  2. Enabling an AI-ready Workforce (ESCAP)
    การประชุมเรื่องการเตรียมทักษะและกำลังคนสำหรับยุค AI ในภูมิภาคเอเชียแปซิฟิก
    – ถ้าคุณเป็น HR, L&D หรือเจ้าของกิจการที่อยากยกระดับทีมให้ “ทำงานกับ AI ได้จริง” ควรจับตา insight จากเวทีนี้

  3. AI and Children: Using AI for realizing the rights of children
    จาก UNICEF ร่วมกับ Thailand Safe Internet Coalition (TSIC)
    – ผู้พัฒนาแพลตฟอร์มเด็ก, เกม, แพลตฟอร์มการเรียนออนไลน์สำหรับเยาวชน ต้องรู้กรอบคิดด้าน สิทธิเด็กและความปลอดภัยออนไลน์ เพราะต่อไปมาตรการจะเข้มขึ้นเรื่อยๆ

  4. AI Sandbox Workshop for private sector
    จาก Technical University of Munich
    – คล้าย “สนามทดลอง” ให้ภาคเอกชนและหน่วยงานกำกับดูแลได้ลองใช้/ออกแบบ AI ในสภาพแวดล้อมที่ปลอดภัย
    – ใครทำโซลูชัน AI แล้วกลัวเรื่อง Compliance หรืออยากลองแนวคิดใหม่โดยไม่เสี่ยงเกินไป นี่คือพื้นที่ที่น่าสนใจมาก


4. บทเรียนสำคัญ: ธุรกิจไทยควรปรับตัวอย่างไรกับยุค Ethics of AI

คำถามที่เจ้าของกิจการส่วนใหญ่มีในหัวคือ “แล้วผม/ฉันต้องทำอะไรต่อ?” ไม่ได้ต้องไปจบวิทยาการคอมพิวเตอร์หรือกลายเป็นนักจริยธรรม แต่ควรเริ่มจาก 5 เรื่องนี้

4.1 ทำ AI Governance แบบง่ายๆ ในองค์กรของคุณ

AI Governance ไม่ได้มีแค่ในองค์กรระดับโลก บริษัทไทยขนาดเล็กก็ทำเวอร์ชันกะทัดรัดได้ โดยเริ่มจาก

  • ทำรายการว่าในบริษัทใช้ AI อะไรบ้าง (เช่น ระบบแชตบอท, ระบบแนะนำสินค้า, โมเดลเครดิต, AI วิเคราะห์ภาพ ฯลฯ)
  • ระบุว่า AI ตัวไหนเกี่ยวกับข้อมูลลูกค้า หรือส่งผลต่อการตัดสินใจที่สำคัญ (เช่น ปฏิเสธ/อนุมัติอะไรบางอย่าง)
  • ตั้งกติกาเบื้องต้น เช่น
    • ห้ามใช้ข้อมูลอะไรกับ AI บ้าง
    • ใครเป็นคนอนุมัติการใช้ AI ใหม่ๆ ในองค์กร
    • มีวิธีรับเรื่องร้องเรียนกรณีลูกค้าได้รับผลกระทบจากการใช้ AI หรือไม่

4.2 โปร่งใสกับลูกค้าเวลาใช้ AI

ยุคหน้า ลูกค้าจะ อยากรู้ ว่าคุยกับคนหรือบอท ข้อมูลถูกเอาไปใช้ฝึก AI หรือไม่ และอะไรที่เป็นการตัดสินใจของระบบอัตโนมัติ

สิ่งที่ทำได้ทันที เช่น

  • บอกให้ชัดเจนว่า “ตอนนี้คุณกำลังคุยกับแชตบอท AI” ไม่ใช้คำพูดให้เข้าใจผิดว่าเป็นมนุษย์
  • เพิ่มส่วน “คำอธิบายแบบมนุษย์” ในขั้นตอนสำคัญ เช่น การปฏิเสธคำขอสินเชื่อ การคัดกรองลูกค้า
  • ทำหน้า FAQ เรื่องการใช้ AI และข้อมูลส่วนบุคคลในเว็บไซต์หรือแพลตฟอร์มของคุณ

4.3 ออกแบบ AI ให้ไม่เลือกปฏิบัติ

หนึ่งในประเด็นใหญ่ของ Ethics of AI คือ bias หรือความลำเอียง เช่น AI ที่แนะนำโอกาสทางการเงินให้บางกลุ่มน้อยกว่า ทั้งที่ควรได้รับเท่าๆ กัน

สำหรับ SME ที่ใช้ AI สำเร็จรูป (เช่น จากแพลตฟอร์มต่างประเทศ) อาจควบคุมอัลกอริทึมไม่ได้ทั้งหมด แต่คุณทำได้อย่างน้อย 3 อย่างนี้

  1. ทดสอบระบบกับกลุ่มผู้ใช้หลายแบบ เช่น อายุ เพศ พื้นที่ รายได้
  2. สังเกตว่ามีกลุ่มไหนได้รับ “ผลลัพธ์แย่ซ้ำๆ” หรือไม่ (เช่น ถูกปฏิเสธซ้ำ โดยไม่มีเหตุผลที่อธิบายได้)
  3. เปิดช่องให้ลูกค้าร้องเรียนหรือขอให้มนุษย์ตรวจสอบการตัดสินใจของ AI ได้เสมอ

4.4 สร้างทีมที่ “ทำงานคู่กับ AI” แทนที่จะกลัวถูกแทนที่

การประชุม ESCAP เรื่อง AI-ready Workforce สะท้อนชัดว่า โลกไม่ได้จะใช้ AI เพื่อแทนที่ทุกคน แต่จะเน้น ให้คนธรรมดาเก่งขึ้นด้วย AI

สำหรับ SME สิ่งที่ทำได้ในปี 2568 เลยคือ

  • สอนทีมใช้เครื่องมือ AI สำหรับงานประจำวัน เช่น เขียนคอนเทนต์ แปลภาษาธุรกิจ วิเคราะห์ข้อมูลเบื้องต้น
  • ตั้งกติกาง่ายๆ ว่าอะไร “ห้ามให้ AI ทำแทน” เช่น การตอบคำถามเรื่องสัญญา กฎหมาย หรือการตัดสินใจทางการเงินโดยไม่มีมนุษย์เซ็นอนุมัติ
  • สร้างวัฒนธรรมที่ให้ทีม “กล้าลอง AI แต่ต้องรับผิดชอบผลลัพธ์” ไม่ใช่โยนให้ AI ทั้งหมดแล้วบอกว่า “บอททำผิดเอง”

4.5 ใช้ “Ethics” เป็นจุดขาย ไม่ใช่แค่ต้นทุน

หลายคนมองว่าจริยธรรมเป็นต้นทุนเพิ่ม แต่ความจริงคือมันกลายเป็น จุดต่างทางการตลาด ได้เต็มๆ

ตัวอย่างเช่น

  • แพลตฟอร์มการเงินที่ชูว่า “AI วิเคราะห์ แต่การปฏิเสธทุกเคสมีคนตรวจซ้ำ”
  • แพลตฟอร์มการศึกษาออนไลน์ที่บอกตรงๆ ว่า “เราไม่ใช้ข้อมูลเด็กไปฝึกโมเดลเชิงโฆษณา”
  • ร้านค้าออนไลน์ที่สื่อสารชัดว่าข้อมูลลูกค้าถูกใช้เท่าที่จำเป็น และให้ลูกค้าควบคุมเองได้

ธุรกิจที่สื่อสารเรื่องนี้ได้ดี จะดู “น่าไว้ใจ” ตั้งแต่หน้าแรก ลูกค้าตัดสินใจง่ายขึ้นทั้งสำหรับ B2C และ B2B


5. Bangkok AI Week 2025: พื้นที่ทดลองอนาคต AI ของไทย

ควบคู่กับการประชุม UNESCO รัฐบาลไทยยังผลักดัน Bangkok AI Week 2025 ภายใต้แนวคิด AI powered nation: Unleashing the digital economy for all ที่ต้องการโชว์ว่าประเทศไทยพร้อมใช้ AI ขับเคลื่อนเศรษฐกิจดิจิทัลสำหรับคนทุกกลุ่ม

สำหรับ SME และสตาร์ทอัพ นี่คือโอกาส 3 ด้านที่ควรใช้ให้คุ้ม:

  1. เรียนรู้ – จาก Workshop และ Session เชิงลึก
    มีทั้งเวิร์กช็อปสำหรับผู้ประกอบการ นักพัฒนา และนักลงทุน คุณสามารถเก็บทั้งเทคนิค เครื่องมือ และแนวคิดการออกแบบ AI ให้พร้อมทั้งด้านธุรกิจและจริยธรรม

  2. ต่อยอดธุรกิจ – จาก Exhibition และโชว์เคส AI
    ดูว่าคู่แข่งและพาร์ตเนอร์ในอนาคตใช้ AI ทำอะไรอยู่แล้ว ช่องว่างไหนยังไม่มีคนทำ และโซลูชันแบบไหนที่ตอบโจทย์ตลาดไทยจริงๆ ไม่ใช่แค่ของสวยงามบนสไลด์

  3. สร้างเครือข่าย – กับคนที่คิดเรื่อง AI เหมือนกัน
    สตาร์ทอัพที่ดีส่วนใหญ่ไม่ได้เกิดจากไอเดียล้ำอย่างเดียว แต่เกิดจากการได้เจอคนที่ “คิดคล้ายกันแต่เก่งคนละด้าน” งานแบบนี้คือพื้นที่ที่ดีมากสำหรับสิ่งนั้น


สรุป: ใครเริ่มจัดการเรื่องจริยธรรม AI ก่อน คนนั้นได้เปรียบ

The 3rd UNESCO Global Forum on the Ethics of AI 2025 ไม่ใช่แค่งานระดับโลกที่ไทยเป็นเจ้าภาพ แต่มันคือสัญญาณเตือนว่า “ยุค AI แบบมีกติกา” เริ่มชัดขึ้นเรื่อยๆ และธุรกิจที่ปรับตัวให้เข้ากับ จริยธรรม AI ได้เร็ว จะได้เปรียบทั้งด้านความเสี่ยง กฎหมาย และความน่าเชื่อถือในสายตาลูกค้า

สำหรับ SME ไทย จุดเริ่มต้นที่ทำได้เลยคือ

  • ทำภาพรวมการใช้ AI ในองค์กร และตั้งหลัก AI Governance แบบง่ายๆ
  • โปร่งใสกับลูกค้าเกี่ยวกับการใช้ AI และข้อมูลส่วนบุคคล
  • ออกแบบกระบวนการให้มนุษย์ยังเป็นเจ้าของการตัดสินใจสำคัญ
  • ใช้จริยธรรมและความปลอดภัยเป็นจุดขาย ไม่ใช่แค่ต้นทุน

ปี 2568 เป็นช่วงที่ไทยมี “เวทีและทรัพยากร” ด้าน AI เยอะมากกว่าหลายปีที่ผ่านมา คำถามคือ คุณจะอยู่ในกลุ่มที่วิ่งตามกติกาใหม่ไม่ทัน หรือจะอยู่ในกลุ่มที่ใช้กติกาเหล่านี้เป็นโอกาสสร้างความต่างของธุรกิจตัวเอง